คนไหนกันจะหยุด “เรือใบ”

คนไหนกันที่ภายหลังที่แพ้ค้างรังอิติเตียนฮัด สเตเดี้ยมให้กับโอลิมปิก  ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มครั้งแรก


ของฤดูนี้อย่างพลิกล็อค 1-2 เมื่อกันยายนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ต่อจากนั้นกลุ่มแชมป์เก่าของพรีเมียร์ลีกอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็สามารถกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อย่างเร็ว รวมทั้งเปิดเครื่องเก็บความมีชัยได้โดยตลอดอีกที รวมทั้งต่อจากนั้นมาพวกเขาก็ยังไม่แพ้ให้กับกลุ่มไหนอีกเลย ซึ่งก็ตรงเวลาแทบ 2 เดือนแล้วด้วย ซึ่ง 12 นัดหมายภายหลังที่แพ้ให้กับกลุ่มแข็งจากประเทศฝรั่งเศส กลุ่ม “เรือใบสีฟ้า” สามารถเก็บชัยไปได้ถึง 11 นัดหมาย รวมทั้งคงจะเก็บความมีชัยได้ 12 ครั้งต่อๆกันด้วย ถ้าว่าริยาด ภูติเรซ เพลย์เมคเกอรค่าตอบแทนแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคมไม่ยิงจุดลูกโทษพลาดในนัดหมายที่บุกไปเสมอกับหงส์แดงที่แอนฟิลด์เมื่อตอนต้นต.ค.ก่อนหน้านี้ซะก่อน ไม่งั้นเหตุการณ์ในลีกของพวกเขาจะดีที่สุดกว่านี้ด้วย

จาก 12 นัดหมายในพรีเมียร์ลีกก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลุดเสมอแค่เพียง 2 นัดหมายเพียงแค่นั้น เป็นนัดหมายที่บุกไปเยี่ยมโมลินิวซ์ กราวเกรียวน์ แล้วสำเร็จเสมอ 1-1 กลับมา และบุกไปเสมอกับหงส์แดงที่แอนฟิลด์ 0-0 ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสื่อมเสียอะไรเลยถ้าเกิดมองดูถึงระดับความแข็งแกร่งของหงส์แดงแล้ว การเก็บ 1 คะแนนสำหรับการไปเยี่ยมกลุ่มที่จะแทรกแย่งแชมป์กันนั้นนับได้ว่าเป็นกำไรเสียด้วยซ้ำ ซึ่งมาตรฐานที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำเป็นอยู่เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีความต่างจากเมื่อฤดูที่แล้วที่พวกเขาโกยคะแนนได้ 100 คะแนนแล้วก็ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ตั้งแต่เมษายนเสียด้วยซ้ำ ซึ่งแม้ฤดูนี้ผลงานของพวกเขายังเป็นแบบงี้ถัดไป ก็มีความน่าจะเป็นไปได้ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้บางทีอาจจะเก็บคะแนนไปได้พอๆกับเมื่อฤดูที่แล้ว ซึ่งถือได้ว่ามาตรฐานที่สูงมากมายๆแล้วก็ปริศนาที่น่าดึงดูดก็คือกลุ่มไหนจะเป็นกลุ่มที่แออัดความแพ้พ่ายให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในช่วงฤดูกาลนี้
ถ้าดูถึงโปรแกรมการแข่งขันชิงชัยในช่วงหน้าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้แล้ว เกมที่พวกเขาจะได้โอกาสเสียท่าแพ้เยอะที่สุดคงเป็นเกมที่จะบุกไปเยี่ยมสแตนฟอร์ด บริดจ์ ของเชลซีในวันที่ 9 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งถ้าว่าพวกเขาสามารถเอาชีวิตรอดจากเกมนี้ไปได้ก็ได้โอกาสที่จะรันเก็บความมีชัยได้ยาวอย่างยิ่งจริงๆ จนถึงไปถึงต้นปี 2019 ที่มีคิวเจอกับหงส์แดงที่อิว่ากล่าวฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งเหตุการณ์ในเวลานั้นก็ไม่แน่ว่าจะคืออะไร แม้กระนั้นกลุ่มอย่างเชลซี หรือหงส์แดงถ้าหากจะต้องการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อาจจำเป็นต้องยกฐานะตนเองมาให้ใกล้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้มากยิ่งกว่านี้อีกนิด

อ่านบทความต่อไปที่นี่

Author: admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *